ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน
เดิน-วิ่ง-บนแผ่นดินของพ่อ

บทความ ความรู้ทางวิชาการ

หมอดินใหญ่แนะ ปรับปรุงบำรุงดินอย่างต่อเนื่องช่วยเพิ่มผลผลิตได้ยั่งยืนแน่นอน

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหลักทางด้านวิชาการที่มีความเชียวชาญในการสำรวจดินและการพัฒนาที่ดินที่ดิน ซึ่งมีสถานีพัฒนาที่ดินกระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และมีหมอดินอาสาประจำหมู่บ้านต่าง ๆ กว่า 80,000 คน เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาที่ดิน ในการทำหน้าที่เผยแพร่และปรชาสัมพันธ์เทคโนโลยีการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ ให้เกิดความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรในพื้นที่ ให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติเองและถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไปได้ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดินและน้ำ เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ มีทั้งการป้องกันและแก้ไขการสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของดิน มีการปรับปรุงบำรุงดินที่เหมาะสมและต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จะทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืนตลอดไป

ซึ่งการนำที่ดินไปใช้ประโยชน์เพื่อทำการเกษตรอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยขาดการจัดการที่ถูกวิธี และขาดการดูแลรักษาที่เหมาะสม จะทำให้ดินเกิดความเสื่อมโทรม ขาดอินทรียวัตถุ เนื้อดินแน่นทึบ ดินมีสภาพเป็นกรดจัด และความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทำให้พืชที่ปลูกให้ผลผลิตที่ลดน้อยลง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำการปรับปรุงบำรุงดินให้มีสภาพที่เหมาะสมต่อการปลูกพืช เพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น โดยทำการปรับปรุงดินทั้งด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ ตลอดจนการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้สูงขึ้น ซึ่งแนวทางหรือวิธีการปรับปรุงบำรุงดินประกอบไปด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

1. ปรับสภาพความเป็นกรดของดินให้เหมาะ สมกับพืชที่ปลูก โดยการใช้วัสดุปูนชนิดต่าง ๆ เช่น นาข้าวใช้ปูนมาร์ล หรือหินปูนฝุ่น (หินปูนบด) ไม้ผลใช้ปูนโดโลไมท์ หรือ ปูนขาว เป็นต้น สำหรับอัตราที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกรดในดิน โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ ในนาข้าว 0.5 - 1.5 ตัน/ไร่ แปลงปลูกผัก 1 - 2 ตัน/ไร่ ไม้ผล อัตรา 3 - 5 ก.ก./หลุมปลูก

2. ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้อินทรียวัตถุ เช่น การไถกลบตอซังฟางข้าว ร่วมกับการรด ด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากสารเร่งซุปเปอร์ พด. 2 อัตราการใช้ 5 ลิตร/ไร่ หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน จะช่วยให้ฟางย่อยสลายเร็วขึ้น เป็นการช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุ ให้แก่ดิน ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก อัตรา 2 – 4 ตัน/ไร่ คลุกเคล้ากับแปลงปลูกผัก ไม้ดอก หรือบริเวณหลุมปลูกไม้ผล ใช้อัตราเฉลี่ย 25 – 50 ก.ก./ไร่ ปลูกพืชปุ๋ยสด

เช่น โสนอัฟริกัน ปอเทือง ถั่วพุ่ม ถั่วพร้าและไถกลบลงดิน ในช่วงเริ่มออกดอก (ประมาณ 50 – 60 วัน หลังปลูก) ก่อนที่จะปลูกพืชหลักทุกชนิด เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทอากาศดี การระบายน้ำดี ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางหรือวิธีการปรับปรุงบำรุงดินนั้น ยังสามารถใช้วิธีการเพิ่มฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตของพืช โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากสารเร่งซุปเปอร์ พด. 2 ฉีดพ่นให้ต้นพืช หรือรดราดลงดิน ช่วยให้รากพืชแข็งแรง การดูดใช้ธาตุอาหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พืชเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตที่สูงขึ้น หรือเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินโดยการใส่ปุ๋ยเคมีตามความจำเป็น ชนิดและอัตราตามคำแนะนำโดยใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ รวมทั้งการดูแลรักษาความชื้นในดิน โดยการใช้วัสดุ ต่าง ๆ คลุมดิน เช่น ฟางข้าว แกลบสด ใบหญ้าแฝก หรือพลาสติก เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน ลดการสูญเสียธาตุอาหารพืชและรักษาความชื้นในดิน หรือการใช้และปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดิน เมื่อฟันไถกลบลงดินให้ย่อยสลายเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืชที่ปลูกด้วย ตลอดจนการจัดการดินหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรปลูกพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วให้ไถกลบ หรือสับกลบ ตอซัง เป็นการปรับปรุงบำรุงดินให้สมบูรณ์เหมาะสำหรับการปลูกพืชในฤดูกาลต่อไป สำหรับพื้นที่ดินที่ลาดชัน หรือที่สูงควรทำการปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวขวางความลาดเท หรือปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวระหว่างแถวปลูกพืช ปลูกหญ้าแฝกรอบโคนต้นไม้หรือปลูกหญ้าแฝกครึ่งวงกลม ตัดใบคลุมดินบริเวณโคนต้น ใบหญ้าแฝก ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดิน เมื่อย่อยสลายก็จะเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน รากและลำต้นช่วยดูดซับน้ำ ปลูกเป็นกำแพงชะลอการไหลบ่าของน้ำ ลดการสูญเสียหน้าดินและธาตุอาหารพืช

ทั้งนี้วิธีการดังกล่าวข้างต้น เป็นวิธีการที่ช่วยปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่เสื่อมสภาพ และสามารถปลูกพืชให้ผลผลิตสูงได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ต้องมีการตรวจวิเคราะห์ดิน ทุก 1 - 2 ปี จะทำให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของดิน และนำผลการตรวจวิเคราะห์ไปพิจารณา หาแนวทาง หรือวิธีการปรับปรุงบำรุงดินที่เหมาะสมต่อไป รวมถึงครอบครัวเกษตรกรควรงดเผาตอซังฟาง หรือเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นาโดยเด็ดขาด แนะนำให้ใช้วิธีการไถกลบตอซังข้าวหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว และรดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำ อัตรา 5 ลิตร/ไร่ หมักทิ้งไว้ ก่อนเตรียมดินปลูกพืชฤดูกาลต่อไป ดังนั้นหากเกษตรกรหรือท่านที่สนใจวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด หมอดินอาสาประจำหมู่บ้านในชุมชน หรือติดต่อสอบถามได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ โทร. 02-579-8515

สิริบังอร เธียรชาติอนันต์/รายงาน

 

นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ชี้ช่องทางช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต โดย กรมพัฒนาที่ดินได้จัดทำคำแนะนำการจัดการ ดินและปุ๋ยรายแปลง สำหรับการปลูกพืช เพื่อเผยแพร่แก่เกษตรกรทั่วประเทศ ทั้งนี้เกษตรกรสามารถทราบข้อมูล ผ่าน ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 882 ศูนย์ ทั่วประเทศ

ตามที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ (กมธ.กษ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พบปัญหา เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจ เรื่องการใช้ข้อมูลสารสนเทศทางดินในการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการเกษตรได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมถึงเทคนิคการบริหารจัดการ พื้นที่ให้มีศักยภาพในการผลิตทางการเกษตร

กรมพัฒนาที่ดินในฐานะหน่วยงานด้านการจัดทำข้อมูลสารสนเทศทางดินเพื่อสนับ สนุนการดำเนินงานด้านเกษตรให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาตลอด ได้เล็งเห็นว่าในขั้นตอนการจัดการและการผลิตทางการเกษตร ข้อมูลสารสนเทศทางดินจะเป็นประโยชน์ในด้านการลดต้นทุนการผลิต และการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพของดินในพื้นที่ กรมพัฒนาที่ดิน จึงได้มีแนวคิดในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศทางดิน เพื่อการจัดการด้านการเกษตรตามกลุ่มดิน

กองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน
กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เลขที่ 2003/61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร.02-562-5100 ต่อ 1339

http://oss101.ldd.go.th/

สิริบังอร เธียรชาติอนันต์ / เรียบเรียง

คู่มือการพัฒนาที่ดิน
บทที่ 1 ความหมายและความสำคัญของดิน
1.1 ดินคืออะไร
1.2 ดินสำคัญอย่างไร
1.3 ดินเกิดมาได้อย่างไร
1.4 ปัจจัยกำเนิดดิน
1.5 ส่วนประกอบของดิน
อัจฉริยราชาผู้สร้างภูมิปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ดิน

สารเร่ง พด.1 : สำหรับผลิตปุ๋ยหมัก เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร ประกอกด้วย เชื้อแบคทีเรีย แอคติโน มัยซีส และเชื้อรา เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยหมักในเวลาอันสั้นใช้ปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน

สารเร่ง พด.2 : สำหรับผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการย่อยสลายซากพืช และสัตว์ที่สดหรืออวบน้ำ ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน จะได้ของเหลวที่ประกอบด้วยกรดอินทรีย์และฮอร์โมน สามารถนำไปใช้ในรูปปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เหมาะสำหรับพืชผักและไม้ผล เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืช เร่งการเจริญเติบโตของรากพืช เพิ่มการขยายตัวของใบ ยืดตัวของลำต้น ส่งเสริมการออกดอกและติดผล

สารเร่ง พด.3 : สำหรับควบคุมโรคพืช เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่เป็นศัตรูกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคพืชในดินโดยมีความสามารถในการป้องกัน หรือยับยั้งการเจริญของเชื้อที่ทำให้เกิดโรครากหรือโคนเน่า และเปลี่ยนสภาพธาตุอาหารพืชให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ ประกอบด้วย เชื้อไตรโคเดอร์มา และบาซิลลัส

สารเร่ง พด.4 : (ไม่ผลิตแล้ว) สารปรับปรุงบำรุงดินที่ได้จาการผสมวัสดุธรรมชาติเช่น ยิปซั่ม หินฟอสเฟต ปูนมาร์ล เปลือกกุ้ง เปลือกปู เป็นต้น นำมาใช้เพื่อปรับปรุงสมบัติของดินให้มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช และเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกักธาตุอาหารพืช หรือยืดอายุของปุ๋ยและใช้ในดินได้นานยิ่งขึ้น

สารเร่ง พด.5 : (ไม่ผลิตแล้ว) สำหรับผลิตสารกำจัดวัชพืช เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีความสามารถในการผลิตกรดและฮอร์โมนสูง ใช้กำจัดวัชพืช โดยใช้อัตราความเข้มข้นสูง ฉีดพ่นบนวัชพืชและไถกลบ ประเภทหญ้าและวัชพืชใบกว้าง เช่น หญ้าตีนกา หญ้านกสีชมพู หญ้าละออง หญ้าแพรก

สารเร่ง พด.6 : สำหรับผลิตสารบำบัดน้ำเสีย เป็นเชื้อจุลินทรีย์มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพ การหมักและย่อยสลายวัสุดเหลือใช้จากเศษอาหาร ใน สภาพที่ไม่มีออกซิเจนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำสำหรับบำบัดน้ำเสีย และขจัดกลิ่นเหม็นจากเศษอาหารเหลือทิ้ง รวมทั้งใช้ในการบำบัดบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำและการดำเนินงานปศุสัตว์

สารเร่ง พด.7 : สำหรับผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช เป็นเชื้อจุลินทรีย์มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพการหมักและย่อยสลายวัสุดเหลือใช้จากพืชสมุนไพรใน สภาพที่ไม่มีออกซิเจนเพื่อผลิตสารป้องกันศัตรูพืช เช่น เพลี้ยต่างๆ หนอนเจาะผลและลำต้น หนอนใยผัก

สารเร่ง พด.8 : (ไม่ผลิตแล้ว) สำหรับผลิตเชื้อจุลินทรีย์และสารฟอสฟอรัสในดินที่ทำการเกษตรมาเป็นเวลานาน ขาดการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุทำให้ดินเป็นกรดและเกิดปัญหาในการใช้ฟอสฟอรัสกับพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตสมบูรณ์ ร่วมกับการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ

สารเร่ง พด.9 : สำหรับปรับปรุงดินเปรี้ยวดินกรด เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสในดินเปรี้ยวน้อย ซึ่งเป็นดินกรดกำมะถันที่มีความรุนแรงของกรดน้อย ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตและสมบูรณ์ และสารปรับปรุงดิน

สารเร่งพด.10 : สำหรับปรับปรุงดินทรายและดินเสื่อมโทรม ให้มีคุณสมบัติทั้งทางกายภาพและทางเคมีให้ดีขึ้น เหมาะสำหรับการปลูกพืช ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ดีขึ้น โดยไปเพิ่มความสามารถในการแลกเปลี่ยนธาตุประจุบวกของดิน ทำให้ดินดูดยึดธาตุอาหารไว้ให้พืชได้นำไปใช้ได้มากขึ้น

สารเร่งพด.11 :เป็นผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนจากบรรยากาศ เพื่อเพิ่มมวลชีวภาพให้แก่พืชปรับปรุงบำรุงดิน

สารเร่งพด.12 :เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถสร้างธาตุอาหาร หรือช่วยให้ธาตุอาหารเป็นประโยชน์กับพืชเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน และสร้างฮอร์โมนส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช

เอกสารแจกฟรีสำหรับประชาชน
คู่มือการพัฒนาที่ดิน
สำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร

กลุ่มวิจัยและพัฒนาหมอดินอาสาและบริหารจัดการเครือข่าย
โทร.02-579-5214


แผนที่ตั้ง

Link หน่วยงานอื่นๆ




 

นายวัชระ สิงห์โตทอง

ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ