ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน
เดิน-วิ่ง-บนแผ่นดินของพ่อ

ข่าวน่ารู้ กรมพัฒนาที่ดิน


สารเร่ง พด. กับการปรับปรุงดินในพื้นที่ภาคตะวันออก

จากการที่กรมพัฒนาที่ดินมีผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ สารเร่งพด.ที่สามารถนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ตลอดจนผลิตเป็นปุ๋ยหมักสูตรพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่เกษตรกรสามารถผลิตไว้ใช้เองได้จากวัตถุดิบที่มีในไร่นาหรือในครัวเรือน ซึ่งเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิต อีกทั้งการใช้สารอินทรีย์ยังสามารถช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 ที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งผลิตไม้ผล ผลิตภัณฑ์ พด.ที่ได้รับความนิยมจากเกษตรก รในพื้นที่ ได้แก่ สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ในการผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 ผลิตน้ำหมักชีวภาพ และสารเร่งซุปเปอร์ พด.3

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงดินกรดด้วยปูนโดโลไมท์ ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยหมักผสมสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ที่เป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคในดิน สามารถป้องกันและยับยั้งการเจริญของเชื้อสาเหตุโรคพืชที่ทำให้เกิดอาการรากเน่าหรือโคนเน่าได้เป็นอย่างดี

ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 ได้นำแนวทางการปรับปรุงดินกรดด้วยปูนโดโลไมท์และการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ไปแก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียนได้สำเร็จ โดยทำการทดลองปฏิบัติจริงและเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วที่ศูนย์พัฒนาไม้ผล ตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี จึงได้รับความเชื่อมั่นจากเกษตรกรโดยการนำไปปฏิบัติตามในพื้นที่ของตนเองมากขึ้น
ข่าวแนวหน้า

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 นางกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข รองอธิบดีกรมพัฒนา ที่ดินด้านบริหาร ทำหน้าที่เป็นผู้แทนกรมพัฒนาที่ดิน เผยแพร่งานพัฒนาที่ดิน และ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ปวงประชาถวายพ่อของแผ่นดิน ตามนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งน้อมนำพระราชดำริ มาพัฒนาการเกษตรเพื่อราษฎรได้อยู่เย็นเป็นสุข ผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์ รายการ "เกษตรลูกทุ่ง" ทางช่อง Farm channel สถานีข่าวเกษตรสบายดีนะ ออกอากาศทางดาวเทียม จานดำ พีเอสไอ ช่อง 145 จีเอ็ม ๆ แซด ช่อง 256 โดยให้สัมภาษณ์ ณ พิพิธภัณฑ์ดิน กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ในโอกาส สัปดาห์ปีดินสากล - วันคล้ายวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 52 ปี

รายงาน/ภาพ : นายกฤษชภณ วัฒนานุกิจ นักวิชาการเผยแพร่ปฏิบัติการ สำนักงานเลขานุการกรม

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2558 นายพันมหา ทองบ่อ ผอ.สพด.สมุทรปราการ ได้เข้าร่วมประชุม ร่วมจัดงานแถลงข่าวและพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรปลอดภัยและของดีเมืองปาก น้ำ ปี 2558 ณ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง จ. สมุทรปราการ

แบบรับคำขอปูนโดโลไมท์

โดโลไมท์ เป็นสารปรับสภาพดิน และปรับโครงสร้างดิน ลดความเป็นกรด, แก้ดินเปรี้ยว, รักษาอาหารดินเสีย ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พืชไม่ดูดปุ๋ย ใส่ปุ๋ยไปมากเท่าไหร่ พืชก็ไม่ดูดกิน อันเนื่องมาจากดินเสีย เพราะใช้เคมีกับดินมาเป็นเวลานาน
ส่วนประกอบ แคลเซียมออกไซต์ 35% แมกนีเซียมออก ไซต์ 25% ซิลิกอนไดออกไซต์ 10%

คุณสมบัติ
- แก้ปัญหาการขาดธาตุอาหาร แคลเซียม แมกนีเซียม และซิลิกอน ในดิน
- แก้ปัญหาพืชไม่กินปุ๋ย ใส่ปุ๋ยเท่าไหร่พืชก็ไม่โต ช่วยให้พืชดูดกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
- เพิ่มค่าการดูดซับ และความสามารถการแลกเปลี่ยน CEC ของดิน
- เพิ่มการสังเคราะห์แสง การสร้างสารเขียว และการแบ่งเซลล์ของพืช
- เพิ่มความสามารถการทำงานของจุลินทรีย์ ปัองกันโรค และแมลงเข้าทำลาย

ประโยชน์ของแร่โดโลไมท์ต่อการเกษตร
1. ให้ธาตุอาหารหลักแก่พืช เพราะแร่โดโลไมท์ ที่เราขุดพบนั้นมีส่วนประกอบของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
2. ให้ธาตุอาหารรองแก่พืช นอกจากจะมีธาตุอาหารหลักแล้ว จากการส่งตรวจวิเคราะห์ยังพบธาตุอาหารรอง ได้แก่ ธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน รวมทั้งธาตุอาหารเสริมที่จำเป็นแก่พืช อาทิ เหล็ก แมงกานิส ทองแดง และสังกะสีอีกด้วย
3. ปรับปรุงบำรุงดินให้ร่วนซุย เนื่องจากโดโลไมท์เป็นแร่ที่มีลักษณะพรุน ช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทำให้จุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืชทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พืชผลก็จะได้คุณภาพที่ดี
4. ปลดปล่อยธาตุอาหารในดิน ดินที่ถูกตรึงธาตุอาหารไว้ เนื่องจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นเวลานานและทำให้ปุ๋ยเคมีสะสมในดินเป็นจำนวน มาก จะทำให้รากพืชสามารถดูด และนำพาปุ๋ยที่สะสมในดินไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด
5. แก้ปัญหาสภาพดิน สภาพดินเปรี้ยว ดินพรุน ดินดาน ดินเสื่อมโทรม และดินที่ใช้ทำการเกษตรมาเป็นเวลานานๆ สามารถปรับสภาพดินให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการทำการเกษตร ส่งให้ผลผลิตที่ได้รับมีคุณภาพสูงสุด
6. ป้องกันและแก้ปัญหาพืชโตช้า แคระแกร็น ใบเหลือง ใบซีด ใบหงิกงอ ดอกผลร่วง ผลมีขนาดเล็ก รูปทรงผิดส่วน ผลผลิตตกต่ำ ใช้โดโลไมท์ ซึ่งเป็นแร่ธรรมชาติปรับสภาพดิน จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเห็นผลได้ดี
7. พืชสามารถนำธาตุอาหารต่างๆ รวมถึงอินทรียวัตถุที่มีในโดโลไมท์ไปใช้ประโยชน์ได้ทันที เพราะมีการย่อยสลายที่สมบูรณ์

การเผาตอซังนอกจากจะทำให้ดินเสื่อมโทรมโครงสร้างดินจับกันแน่นแข็ง ส่งผลให้สูญเสียอินทรียวัตถุ และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อพืชถูกทำลายแล้วยังทำให้เกิดควัน ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่แพร่กระจายออกไปโดยเฉพาะ 6 จังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี ซึ่งอินทรียวัตถุเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคืนอินทรียวัตถุให้กับดิน โดยการไถกลบฟางข้าว ตอซังต่าง ๆ ให้ลงไปสู่พื้นดิน เพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการผลิตลงได้จากการลดปริมาณการใช้ปุ๋ย

นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของดินในประเทศไทยทั้งหมด ต่ำกว่า 1% ซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยปกติแล้วดินควรจะมีอินทรียวัตถุไม่น้อยกว่า 5% เนื่องจากอินทรียวัตถุในดินมีประโยชน์มากมายมหาศาล เช่น ทำให้ดินมีโครงสร้างทางกายภาพที่ดี ดินไม่แน่นทึบ เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ และสิ่งมีชีวิตในดินทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นแมลง ตัวห้ำ ตัวเบียน ก็จะมาออกไข่ในดินและขยายพันธุ์ทำให้ดินมีชีวิตได้ อีกทั้งยังดูดความชื้นในดิน ทำให้ดินมีความชื้นมากกว่าดินที่ขาดอินทรียวัตถุ นี่คือประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นในภาพรวมเมื่อดินมีอินทรียวัตถุ ก็หมายความว่าดินต่าง ๆ เหล่านั้นมีธาตุอาหาร และมีความอุดมสมบูรณ์

ที่ผ่านมากรมพัฒนาที่ดินได้มีการรณรงค์ให้เกษตรกรลดการเผาตอซัง ฟางข้าวมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี พร้อมกับแนะนำวิธีการไถกลบตอซัง เช่น เมื่อดินยังมีความชื้นอยู่ ควรไถกลบ พรวนผสมคลุกเคล้ากับดิน หลังจากนั้นก็จะใช้น้ำสกัดชีวภาพ พด.2 ซึ่งจะช่วยในการย่อยสลาย เมื่ออินทรียวัตถุมีการย่อยสลายก็จะกลายเป็นฮิวมัส ปุ๋ย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในดิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คือกระบวนการของการปรับปรุงบำรุงดินให้มีสภาพที่ดีขึ้นทั้งคุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมี เมื่อมีการดำเนินการดังกล่าวแล้ว เกษตรกรที่ปลูกพืชในพื้นที่ดินเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเป็นจำนวนมาก อาจจะใช้ในส่วนที่จะเติมส่วนที่ขาด และเมื่อสภาพอากาศในดินถ่ายเทดี การระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุในการช่วยผลิตปุ๋ยจากธรรมชาติเอง การปลดปล่อยธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่ในดินให้กลับมาเป็นประโยชน์กับพืชได้ นั่นคือ ประโยชน์มหาศาล เกษตรกรเองสามารถที่จะลดต้นทุน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยในเรื่องของการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนได้ทางหนึ่ง

นายอภิชาต กล่าวว่า “จากที่กรมฯ รณรงค์ไถกลบตอซัง ฟางข้าวมาเป็นเวลานาน จะเห็นได้ว่าปัญหาทางพื้นที่การเกษตรลดน้อยลง การเผาในพื้นที่โล่งแจ้งน้อยลง เนื่องจากเกษตรกรตระหนักคิดมากขึ้น โดยมองว่าคนที่เผาตอซังก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่สูบบุหรี่ สร้างมลพิษ ทำลายสุขภาพ ทำลายสิ่งแวดล้อม คนในสังคมส่วนใหญ่จะมองไม่ดี ดังนั้นวันนี้ปัญหาในเรื่องของควันไฟในภาคเหนือลดลงค่อนข้างมาก เมื่อ 10 ปีที่แล้วเกือบจะครอบคลุมไปทั้ง 6 จังหวัด แต่ปัจจุบันอาจมีบ้างในบางพื้นที่เท่านั้น” ต้องยอมรับว่าประโยชน์ของการงดเผาตอซังนั้นมีมากมายมหาศาล เป็นประโยชน์กับตัวเกษตรกรเอง ทั้งในแง่สุขภาพ ลดต้นทุน ผลผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดควัน และแก้ปัญหาโลกร้อนไปพร้อม ๆ กันด้วย

ข้อมูลข่าว: Dailynews
‪#‎kasetnews‬ ‪#‎เกษตรนิวส์‬ ‪#‎ข่าวเกษตร‬


แผนที่ตั้ง

Link หน่วยงานอื่นๆ




 

นายวิโรจน์  บรรเจิดฤทธิ์

ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ